วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บทที่ 5 เรื่องระบบฐานข้อมูล


สรุป

                ฐานข้อมูล หมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน ณ ที่ใดที่หนึ่งขององค์การ เพื่อที่ผู้ใช้จะสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลและประยุกต์ใช้งานตามที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพปกตินักวิชาการจะแบ่งโครงสร้างข้อมูลออกเป็น 2 ลักษณะ คือโครงสร้างเชิงกายภาพ และโครงสร้างเชิงตรรกะ แต่เราจะสนใจกับโครงสร้างเชิงตรรกะซึ่งสามารถแยกอธิบายด้วยแบบจำลองออกเป็น 3  ประเภท คือ แบบจำลองการจัดการข้อมูลเชิงลำดับขั้น แบบจำลองการจัดข้อมูลแบบเครือข่าย และแบบจะลองการจัดการข้อมูลเชิงสัมพันธ์
            เราจะแบ่งการจัดการแฟ้มข้อมูลออกเป็น2 แบบ คือ การจัดการแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับและการจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ใช้ต้องตัดสินใจแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของงานและปัจจัยสนับสนุนของธุรกิจ
                ระบบจัดการฐานข้อมูล หรือ DBMS หมายถึงชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สร้าง ควบคุม และดูแลฐานข้อมูล เพื่อสามารถให้ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูลและสามารถนำข้อมูลนั้นมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ DBMS จะทำหน้าที่เสมือนตัวกลางระหว่างชุดคำสั่ง สำหรับการใช้งานกับหน่วยเก็บข้อมูล DBMS จะประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ส่วน คือ ภาษาสำหรับนิยามข้อมูลหรือ DDL ภาษาสำหรับการใช้ข้อมูลหรือ DML และพจนานุกรมข้อมูล
                การบริหารข้อมูลจะครอบคลุมไปถึงเทคนิคการปฏิบัติในการจัดการฐานข้อมูลทั้งเชิงตรรกะและเชิงกายภาพ ตลอดจนการออกแบบ การปรับปรุง การใช้งาน และดูแลรักษาระบบฐานข้อมูลให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลายเข้ามาทำงานร่วมกัน โดยที่บุคลที่ทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลจะถูกเรียกว่าผู้บริหารฐานข้อมูลหรือ DBA
            ระบบฐานข้อมูลแบบกระจาย หมายถึง ระบบฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูลไว้ในที่ต่างๆมากกว่าหนึ่งแห่งโดยข้อมูลส่วนหนึ่งจะถูกเก็บไว้ในสถานที่หนึ่ง ขณะที่ข้อมูลส่วนที่เหลืออาจจะถูกเก็บรวบรวมไว้ในอีกที่หนึ่ง หรือถูกแยกเก็บไว้ตามที่ต่างๆ โดยที่ข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกเรียกมาประมวลผลและใช้งานได้เช่นเดียวกับการเก็บข้อมูลไว้ ณ ที่แหล่งเดียว การเก็บข้อมูลแบบนี้อาจมีได้ 2 ลักษณะ คือ ระบบฐานข้อมูลกระจายแบบมีดรรชนีรวม และรับฐานข้อมูลกระจายแบบถามเครือข่าย เป็นที่คาดกันว่าผลกระทบของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและมีโครงสร้างการทำงานของแต่ละองค์การที่เปลี่ยนไปในอนาคตจะมีส่วนทำให้เกิดการตื่นตัวในการนำระบบฐานข้อมูลแบบกระจายมาใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น

                                  -----------------------------------------

แบบฝึกหัด

1. เราสามารถจำแนกการจัดแฟ้มข้อมูลเป็นกี่แบบ อะไรบ้าง
                การจัดแฟ้มข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
        1.การจัดแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ
        2. การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม

2. อธิบายความหมาย ตลอดจนข้อดีและข้อจำกัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม
                การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม เป็นวิธีการจัดรวบรวมระเบียบข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง และไม่ต้องผ่านระเบียบอื่นตามลำดับก่อนหลัง การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่มทำให้การใช้เวลาเข้าถึงข้อมูลไม่มาก นอกจากนี้การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่มจะมีข้อดีดังต่อไปนี้
        1. การเข้าถึงข้อมูลสะดวกและรวดเร็ว
        2. สะดวกในการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย
        3. มีความยืดหยุ่นและเหมาะกับงานที่ต้องการประมวลผลแบบโต้ตอบ
ข้อจำกัดมีดังต่อไปนี้
        1. ข้อมูลมีโอกาสผิดพลาดและสูญหาย
        2. การเปลี่ยนแปลงจำนวนระเบียบจะทำได้ลำบากกว่าวิธีเรียงลำดับ
        3. มีค่าใช้จ่ายสูง

3. ฐานข้อมูลคืออะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน
                ฐานข้อมูล หมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน ณ ที่ใดที่หนึ่งขององค์การ เพื่อที่ผู้ใช้จะสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลและประยุกต์ใช้งานตามที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                ฐานข้อมูลมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของธุรกิจในสังคมสารสนเทศที่มิใช่แค่การผลิตสินค้าในปริมาณมากเพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้า แต่ธุรกิจต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง

4. เราสามารถจำแนกแบบจำลองโครงสร้างข้อมูลเชิงตรรกะแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
                โครงสร้างข้อมูลเชิงตรรกะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
        1. แบบจำลองการจัดการข้อมูลเชิงลำดับขั้น
        2. แบบจำลองการจัดการข้อมูลแบบเครือข่าย
        3. แบบจำลองการจัดการข้อมูลเชิงสัมพันธ์

5. เปรียบเทียบประโยชน์ในการใช้งานของแบบจำลองโครงสร้างข้อมูลแต่ละประเภท             
ชนิดของแบบจำลอง
ประสิทธิภาพในการทำงาน
ความยืดหยุ่น
ความสะดวกต่อการใช้งาน
เชิงลำดับขั้น
สูง
ต่ำ
ต่ำ
เครือข่าย
ค่อนข้างสูง
ค่อนข้างต่ำ
ปานกลาง
สัมพันธ์
ต่ำ(กำลังพัฒนา)
สูงหรือต่ำ
สูง

6. ระบบจัดการฐานข้อมูลคืออะไร และมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
            ระบบจัดการฐานข้อมูล หรือ DBMS หมายถึงชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สร้าง ควบคุม และดูแลฐานข้อมูล เพื่อสามารถให้ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูลและสามารถนำข้อมูลนั้นมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ DBMS จะทำหน้าที่เสมือนตัวกลางระหว่างชุดคำสั่ง สำหรับการใช้งานกับหน่วยเก็บข้อมูล DBMS
                ประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ส่วน คือ
1. ภาษาสำหรับนิยามข้อมูลหรือ DDL
2. ภาษาสำหรับการใช้ข้อมูลหรือ DML
3. พจนานุกรมข้อมูล

7. อธิบายความหมายและประโยชน์ของพจนานุกรมข้อมูล
            พจนานุกรม คือ เครื่องมือที่จัดเรียบเรียงความหมายและอธิบายลักษณะที่สำคัญของข้อมูลในฐานข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นคว้าและนำไปใช้อ้างอิงในอนาคต
                เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบจัดการฐานข้อมูล เพราะจะช่วยให้สามารถศึกษาและทำความเข้าใจระบบได้ง่ายขึ้น

8. นักบริหารฐานข้อมูลมีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง
            1. กำหนดและจัดระเบียบโครงสร้างฐานข้อมูล
                2. พัฒนาขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูล
                3. จัดทำหลักฐานอ้างอิงของระบบฐานข้อมูล
                4. ดูแลรักษาระบบฐานข้อมูลให้ทำงานอย่างปกติ
                5. ประสานงานกับผู้ใช้

9. เหตุใดบ้างองค์การจึงต้องมีหัวหน้างานด้านสารสนเทศ (CIO) และ CIO มีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไร
            เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานและการใช้บริการด้านข้อมูลและสารสนเทศ การที่องค์การเลือกใช้วิธีการจัดหน่วยงานบริหารข้อมูลแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
                มีหน้าที่และมีความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลเกี่ยวกับการบริหารงานระบบสารสนเทศทางธุรกิจหรือบุคคลที่เป็นหัวหน้าของทั้งหน่วยงานวิเคราะห์และออกแบบระบบเขียนชุดคำสั่ง ปฏิบัติการ และให้บริการด้านสารสนเทศแก่องค์การ

10. อธิบายแนวโน้มของเทคโนโลยีฐานข้อมูลในอนาคต
                ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นเทคโนโลยีฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับอนาคต เทคโนโลยีมีพัฒนาการที่รวดเร็วและไม่หยุดยั้ง และจะช่วยพัฒนาด้านการทำงานทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ถ้าผู้ใช้งานมองไม่เห็นคุณค่าหรือขาดความรู้และความสามารถในการนำไปใช้งาน ย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์การ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น