สรุป
ฐานข้อมูล
หมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน ณ
ที่ใดที่หนึ่งขององค์การ
เพื่อที่ผู้ใช้จะสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลและประยุกต์ใช้งานตามที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพปกตินักวิชาการจะแบ่งโครงสร้างข้อมูลออกเป็น
2 ลักษณะ คือโครงสร้างเชิงกายภาพ และโครงสร้างเชิงตรรกะ
แต่เราจะสนใจกับโครงสร้างเชิงตรรกะซึ่งสามารถแยกอธิบายด้วยแบบจำลองออกเป็น 3 ประเภท คือ
แบบจำลองการจัดการข้อมูลเชิงลำดับขั้น แบบจำลองการจัดข้อมูลแบบเครือข่าย
และแบบจะลองการจัดการข้อมูลเชิงสัมพันธ์
เราจะแบ่งการจัดการแฟ้มข้อมูลออกเป็น2
แบบ คือ การจัดการแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับและการจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม
ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
ดังนั้นผู้ใช้ต้องตัดสินใจแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของงานและปัจจัยสนับสนุนของธุรกิจ
ระบบจัดการฐานข้อมูล
หรือ DBMS หมายถึงชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สร้าง ควบคุม และดูแลฐานข้อมูล
เพื่อสามารถให้ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูลและสามารถนำข้อมูลนั้นมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยที่ DBMS จะทำหน้าที่เสมือนตัวกลางระหว่างชุดคำสั่ง
สำหรับการใช้งานกับหน่วยเก็บข้อมูล DBMS
จะประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ส่วน คือ ภาษาสำหรับนิยามข้อมูลหรือ DDL
ภาษาสำหรับการใช้ข้อมูลหรือ DML และพจนานุกรมข้อมูล
การบริหารข้อมูลจะครอบคลุมไปถึงเทคนิคการปฏิบัติในการจัดการฐานข้อมูลทั้งเชิงตรรกะและเชิงกายภาพ
ตลอดจนการออกแบบ การปรับปรุง การใช้งาน และดูแลรักษาระบบฐานข้อมูลให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งจะเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ
และประสบการณ์ที่หลากหลายเข้ามาทำงานร่วมกัน
โดยที่บุคลที่ทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลจะถูกเรียกว่าผู้บริหารฐานข้อมูลหรือ DBA
ระบบฐานข้อมูลแบบกระจาย
หมายถึง
ระบบฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูลไว้ในที่ต่างๆมากกว่าหนึ่งแห่งโดยข้อมูลส่วนหนึ่งจะถูกเก็บไว้ในสถานที่หนึ่ง
ขณะที่ข้อมูลส่วนที่เหลืออาจจะถูกเก็บรวบรวมไว้ในอีกที่หนึ่ง
หรือถูกแยกเก็บไว้ตามที่ต่างๆ
โดยที่ข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกเรียกมาประมวลผลและใช้งานได้เช่นเดียวกับการเก็บข้อมูลไว้
ณ ที่แหล่งเดียว การเก็บข้อมูลแบบนี้อาจมีได้ 2
ลักษณะ คือ ระบบฐานข้อมูลกระจายแบบมีดรรชนีรวม และรับฐานข้อมูลกระจายแบบถามเครือข่าย
เป็นที่คาดกันว่าผลกระทบของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและมีโครงสร้างการทำงานของแต่ละองค์การที่เปลี่ยนไปในอนาคตจะมีส่วนทำให้เกิดการตื่นตัวในการนำระบบฐานข้อมูลแบบกระจายมาใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น
แบบฝึกหัด
1.
เราสามารถจำแนกการจัดแฟ้มข้อมูลเป็นกี่แบบ อะไรบ้าง
การจัดแฟ้มข้อมูลแบ่งออกเป็น
2 แบบ คือ
1.การจัดแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ
2. การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม
2. อธิบายความหมาย
ตลอดจนข้อดีและข้อจำกัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม
การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม
เป็นวิธีการจัดรวบรวมระเบียบข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง
และไม่ต้องผ่านระเบียบอื่นตามลำดับก่อนหลัง
การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่มทำให้การใช้เวลาเข้าถึงข้อมูลไม่มาก
นอกจากนี้การจัดแฟ้มข้อมูลแบบสุ่มจะมีข้อดีดังต่อไปนี้
1. การเข้าถึงข้อมูลสะดวกและรวดเร็ว
2. สะดวกในการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย
3. มีความยืดหยุ่นและเหมาะกับงานที่ต้องการประมวลผลแบบโต้ตอบ
ข้อจำกัดมีดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลมีโอกาสผิดพลาดและสูญหาย
2. การเปลี่ยนแปลงจำนวนระเบียบจะทำได้ลำบากกว่าวิธีเรียงลำดับ
3. มีค่าใช้จ่ายสูง
3. ฐานข้อมูลคืออะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน
ฐานข้อมูล
หมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน ณ
ที่ใดที่หนึ่งขององค์การ
เพื่อที่ผู้ใช้จะสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลและประยุกต์ใช้งานตามที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฐานข้อมูลมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของธุรกิจในสังคมสารสนเทศที่มิใช่แค่การผลิตสินค้าในปริมาณมากเพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้า
แต่ธุรกิจต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง
4. เราสามารถจำแนกแบบจำลองโครงสร้างข้อมูลเชิงตรรกะแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
อะไรบ้าง
โครงสร้างข้อมูลเชิงตรรกะแบ่งออกเป็น
3 ประเภท คือ
1. แบบจำลองการจัดการข้อมูลเชิงลำดับขั้น
2. แบบจำลองการจัดการข้อมูลแบบเครือข่าย
3. แบบจำลองการจัดการข้อมูลเชิงสัมพันธ์
5.
เปรียบเทียบประโยชน์ในการใช้งานของแบบจำลองโครงสร้างข้อมูลแต่ละประเภท
|
ชนิดของแบบจำลอง
|
ประสิทธิภาพในการทำงาน
|
ความยืดหยุ่น
|
ความสะดวกต่อการใช้งาน
|
|
เชิงลำดับขั้น
|
สูง
|
ต่ำ
|
ต่ำ
|
|
เครือข่าย
|
ค่อนข้างสูง
|
ค่อนข้างต่ำ
|
ปานกลาง
|
|
สัมพันธ์
|
ต่ำ(กำลังพัฒนา)
|
สูงหรือต่ำ
|
สูง
|
6. ระบบจัดการฐานข้อมูลคืออะไร
และมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
ระบบจัดการฐานข้อมูล
หรือ DBMS หมายถึงชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สร้าง ควบคุม และดูแลฐานข้อมูล
เพื่อสามารถให้ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูลและสามารถนำข้อมูลนั้นมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยที่ DBMS จะทำหน้าที่เสมือนตัวกลางระหว่างชุดคำสั่ง
สำหรับการใช้งานกับหน่วยเก็บข้อมูล DBMS
ประกอบด้วยส่วนประกอบ
3 ส่วน คือ
1. ภาษาสำหรับนิยามข้อมูลหรือ DDL
2. ภาษาสำหรับการใช้ข้อมูลหรือ DML
3. พจนานุกรมข้อมูล
7. อธิบายความหมายและประโยชน์ของพจนานุกรมข้อมูล
พจนานุกรม
คือ
เครื่องมือที่จัดเรียบเรียงความหมายและอธิบายลักษณะที่สำคัญของข้อมูลในฐานข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและระเบียบ
เพื่อให้ง่ายต่อการค้นคว้าและนำไปใช้อ้างอิงในอนาคต
เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบจัดการฐานข้อมูล
เพราะจะช่วยให้สามารถศึกษาและทำความเข้าใจระบบได้ง่ายขึ้น
8.
นักบริหารฐานข้อมูลมีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง
1. กำหนดและจัดระเบียบโครงสร้างฐานข้อมูล
2.
พัฒนาขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูล
3.
จัดทำหลักฐานอ้างอิงของระบบฐานข้อมูล
4.
ดูแลรักษาระบบฐานข้อมูลให้ทำงานอย่างปกติ
5.
ประสานงานกับผู้ใช้
9. เหตุใดบ้างองค์การจึงต้องมีหัวหน้างานด้านสารสนเทศ
(CIO) และ
CIO มีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไร
เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานและการใช้บริการด้านข้อมูลและสารสนเทศ
การที่องค์การเลือกใช้วิธีการจัดหน่วยงานบริหารข้อมูลแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
มีหน้าที่และมีความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลเกี่ยวกับการบริหารงานระบบสารสนเทศทางธุรกิจหรือบุคคลที่เป็นหัวหน้าของทั้งหน่วยงานวิเคราะห์และออกแบบระบบเขียนชุดคำสั่ง
ปฏิบัติการ และให้บริการด้านสารสนเทศแก่องค์การ
10.
อธิบายแนวโน้มของเทคโนโลยีฐานข้อมูลในอนาคต
ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นเทคโนโลยีฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับอนาคต
เทคโนโลยีมีพัฒนาการที่รวดเร็วและไม่หยุดยั้ง
และจะช่วยพัฒนาด้านการทำงานทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
ถ้าผู้ใช้งานมองไม่เห็นคุณค่าหรือขาดความรู้และความสามารถในการนำไปใช้งาน
ย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์การ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น