สรุป
การดำเนินธุรกิจที่ซับซ้อนและมีความรุนแรงในการแข่งขัน
ทำให้ผู้บริหารต้องสามารถตัดสินใจอย่างถูกต้อง รวดเร็ว
จึงต้องสารสนเทศที่เหมาะสมดังที่มีผู้กล่าวว่า สารสนเทศคืออำนาจ
ทุกองค์การจึงต้องจัดหาและจัดการสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่บุคลากรบางกลุ่มในองค์การจะมีความต้องการสารสนเทศที่เฉพาะ เช่น ผู้บริหารจะมีความแตกต่างจากผู้ใช้ข้อมูลในระดับอื่นที่ต้องการข้อมูลที่ชัดเจน
ง่ายต่อการตัดสินใจ ไม่ต้องเสียเวลาประมวลผลอีก ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารหรือ EIS
ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจัดการสารสนเทศของผู้บริหารให้มีความต้องการข้อมูลที่มีความแตกต่างจากบุคลากรกลุ่มอื่นขององค์การและมีระยะเวลาจำกัดในการตัดสินใจแก้ปัญหาเมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นซึ่งมีผลกระทบต่อองค์การ
ผู้บริหารกับการตัดสินใจ
เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่และอนาคตขององค์การ
เนื่องจากผู้บริหารมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการกำหนดทิศทางในอนาคตขององค์การผ่านการตัดสินใจในปัญหาหรือโอกาสสำคัญทางธุรกิจโดยเราสามารถจำแนกการตัดสินใจในการทำงานของผู้บริหารออกเป็น
4 ลักษณะ คือ
1. การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
2. การตัดสินใจทางยุทธวิธี
3. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
4. การควบคุม
แหล่งข้อมูลสำหรับผู้บริหารในทางด้านการแข่งขันในสังคมสารสนเทศที่แต่ละองค์การต้องสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและการพลวัตของสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและทันเวลา
ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องการการตอบสนองของข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน ทันสมัย สมบูรณ์
ถูกต้อง และเชื่อถือได้
โดยเทคโนโลยีสารสนเทศถูกนำมาประยุกต์เพื่อให้การปฏิบัติงานและการตัดสินใจของผู้บริหารมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
โดยทั่วไปแล้วผู้บริหารจะไดรับข้อมูลจาก 3 แหล่ง ดังนี้
1. ข้อมูลที่ได้จากกระบวนการดำเนินงาน
2. ข้อมูลจากภายในองค์การ
3. ข้อมูลจากภายนอกองค์การ
---------------------------------------
แบบฝึกหัด
1. เหตุใดการตัดสินใจของผู้บริหารจึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์การ
เนื่องจากผู้บริหารมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการกำหนดทิศทางในอนาคตขององค์การผ่านการตัดสินใจในปัญหา
หรือ โอกาสสำคัญทางธุรกิจ ผู้บริหารที่มีศักยภาพต้องสามารถตัดสินใจวิกฤตการณ์ขององค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และดำเนินไปสู่จุดมุ่งหมาย
2. สารสนเทศสำหรับผู้บริหารมีคุณลักษณะสำคัญที่แตกต่างจากสารสนเทศสำหรับบุคคลอื่นในองค์การอย่างไร
มีคุณลักษณะที่สำคัญ
5 ประการ คือ
1. ไม่มีโครงสร้าง
2. มีความไม่แน่นอนสูง
3. ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในอนาคต
4. แหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ
5. ไม่แสดงรายละเอียด
3. ปกติผู้บริหารได้รับข้อมูลในการตัดสินใจจากแหล่งใดบ้าง
ตลอดจนข้อมูลจากแต่ละแหล่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้บริหารอย่างไร
โดยทั่วไปแล้วผู้บริหารจะได้รับข้อมูลจาก
3 แหล่งต่อไปนี้
1.
ข้อมูลที่ได้จากกระบวนการดำเนินงาน เป็นข้อมูลที่แสดงผลการปฏิบัติงานขององค์การ
โดยข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ การควบคุม
และการแก้ปัญหาการดำเนินงานทั่วไป
2. ข้อมูลจากภายในองค์การ
เป็นข้อมูลที่จัดทำขึ้นภายในองค์การเพื่อแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายหรือผลการดำเนินงานของกิจการ
เพื่อกำหนดแนวทางและจัดส่วนผสมของทรัพยากรในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ข้อมูลจากภายนอกองค์การ ปัจจัยภายนอกมีผลกนะทบต่อองค์การ
โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
ผู้บริหารระดับสูงมักใช้ข้อมูลที่มาจากแหล่งภายนอกมาประกอบในการตัดสินใจของผู้บริหารในด้านต่างๆ
4.
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อศักยภาพในการแข่งขันขององค์การในยุคปัจจุบัน
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับเทคโนโลยีสารสนเทศยังมิได้เป็นความสัมพันธ์เชิงบวกทั้งด้านความเข้าใจ
ทักษะ และทัศนคติที่มีต่อเทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น
แต่ยังส่งผลต่อการส่งเสริมการนำระบบสารสนเทศมาช่วยงานทางธุรกิจ
6. อธิบายความหมายและคุณลักษณะเฉพาะของ EIS
ลักษณะ
|
รายละเอียด
|
ความถี่ในการใช้งาน
|
ค่อนข้างบ่อยถึงบ่อยมาก
|
ทักษะทางคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ
|
ไม่จำเป็นต้องมีทักษะสูงเนื่องจากผู้ใช้สามารถเรียนรู้และใช้งานได้ง่าย
|
ความยืดหยุ่น
|
สูงและต้องสามารถปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหารได้
|
การใช้งาน
|
การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การแก้ไขวิกฤต
การตรวจสอบ และการควบคุมการดำเนินงานของกิจการ
|
การตัดสินใจ
|
มีข้อมูลไม่ชัดเจน มีความไม่แน่นอนสูง
และไม่มีโครงสร้าง
|
แหล่งที่มาของข้อมูล
|
ต้องการข้อมูลทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการจากทั้งภายนอกและภายในองค์การ
|
การแสดงข้อมูล
|
มีการนำเสนอข้อมูลในหลายรูปแบบ เช่น
ตัวอักษร ตาราง ภาพ เสียง และระบบสื่อผสม
|
การตอบสนอง
|
ชัดเจน รวดเร็ว และตรงตามความต้องการ
|
7. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง EIS,
DSS และ MIS
EIS และ
DSS ต่างถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจัดการกับข้อมูลให้อยู่ในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้ใช้
แต่ทั้งสองระบบจะมีความแตกต่างกันในระดับการใช้งาน การนำเสนอข้อมูล
และความยากง่ายในการใช้งาน โดยที่ EIS และ DSS ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการด้านสารสนเทศในการตัดสินใจแก้ปัญหา
EIS อาจได้รับการออกแบบและพัฒนาจากฐานของ DSS ส่วน
MIS คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากทั้งภายในและภายนอกองค์การมาไว้อย่างเป็นระบบ
เพื่อทำการประมวลผลและจัดรูปแบบข้อมูลให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสม
เพื่อช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหารอย่างมีประสิทธิภาพ
8. คุณสมบัติสำคัญของ EIS มีอะไรบ้าง
มีคุณสมบัติที่สำคัญ
5 ประการดังนี้
1.
สนับสนุนการวางแผนกลยุทธ์
2. เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมภายนอกองค์การ
3. มีความสามารถในการคำนวณภาพกว้าง
4. ง่ายต่อการเรียนรู้และใช้งาน
5. พัฒนาเฉพาะสำหรับผู้บริหาร
9. ข้อดีและข้อจำกัดในการนำ EIS มาใช้งานในองค์การมีอะไรบ้าง
ตอบ
ข้อดี คือ - ง่ายต่อการใช้งานของผู้ใช้
โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง
- ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความลึกซึ้งในเรื่องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ค้นหาสารสนเทศที่ต้องการได้ในเวลาสั้น
- ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสารสนเทศที่นำเสนออย่างชัดเจน
- ประหยัดเวลาในการดำเนินงาน
- สามารถติดตามและจัดการสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อจำกัด คือ - มีข้อจำกัดในการใช้งาน เนื่องจาก EIS ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะอย่าง
- ข้อมูลและการนำเสนออาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหาร
- ยากต่อการประเมินประโยชน์
และผลตอบแทนที่องค์การจะได้รับ
- ไม่ถูกพัฒนาให้ทำการประมวลผลที่ซับซ้อนและหลากหลาย
- ซับซ้อนและยากต่อการจัดการข้อมูล
- ยากต่อการรักษาความทันสมัยของข้อมูลของระบบ
- ปัญหาด้านการรักษาความลับของข้อมูล
10. ท่านมีความเห็นว่ามีการประยุกต์ EIS
ในองค์การในประเทศบ้างหรือไม่ จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ
การใช้ระบบ EIS ได้มีการพัฒนา เพื่อใช้ในองค์การแล้ว
ทั้งทางด้านธุรกิจ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้บริหาร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น